การดูแลนักเรียนหลังปลดล็อกดาวน์

การติดเชื้อในเด็ก จะมีอาการน้อยมาก 40 % มีอาการไข้ และ50 % มีอาการไอ เด็กติดเชื้อเหล่านี้อาจก่อให้เกิดการระบาดเงียบในโรงเรียน เขาไม่มีอาการมากแต่พวกเขาจะนำเชื้อไปสู่ผู้ใหญ่ในบ้าน ซึ่งเป็นปู่ย่าตายาย โดยผู้สูงอายุนั้นจะมีอาการรุนแรง และเสียชีวิตได้ง่าย การป้องกันการติดเชื้อในเด็กเพื่อปกป้องผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในบ้านเดียวกัน

การเตรียมการกับผู้ปกครอง

1. การดูแลด้านสุขอนามัยส่วนตน

  • ในการล้างมือ สอนลูกหลานให้ล้างมือบ่อย ๆ
  • หลีกเลี่ยงการใช้มือแตะหน้า จมูก ปาก
  • การใช้ช้อนกลาง
  • การไอจาม ที่ต้องปิดปาก และรีบไปล้างมือ ไม่ไปจับสิ่งของอื่น
  • มีกระดาษทิชชูให้พร้อม และทิ้งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วลงถัง

2. การใส่หน้ากากอนามัย และการทิ้งระยะห่างระหว่างกัน

3. การดูแลเมื่อเด็กป่วย มีไข้ ไอ

  • ไม่ควรพาเด็กไปโรงเรียน
  • เด็กที่ป่วยจะต้องแยกห้องพัก ไม่ควรนำมาพบกับผู้สูงอายุ

4. เมื่อไรจะพาไปโรงพยาบาล

  • ถ้าอาการไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส เกินกว่า 2 วัน
  • ตัวเย็น หรือมีอาการหายใจลำบาก ไม่ทานอาหาร ผิวหนังสีคล้ำ หรือเทา

การเตรียมบุคลากรครู

1. การตรวจวัดอุณหภูมิของบุคลากรทุกวัน และตรวจเด็กทุกวัน เช้า-เย็น

  • ถ้าพบว่าผิดปกติให้กลับบ้านได้ โดยแจ้งผู้บริหารทราบ

2. การใส่หน้ากาก และใส่ face shield เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย

3. การแยกเด็กที่ป่วยออกจากเด็กอื่น โดยมีคนดูแล

  • แจ้งผู้ปกครองเพื่อให้มารับเด็กกลับบ้าน
  • แจ้งผู้บริหาร

4. การเตรียมการเรียนการสอนให้เป็นแบบ Hybrid คือการเรียนที่โรงเรียนบางส่วน และเรียนทาง online เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

5. การจัดตารางการเรียนให้มีการสลับการเรียน อาจจะแบ่งช่วงชั้น และมาเรียนช่วงเช้าและบ่าย หรือการหยุดเรียนสลับกัน โดยเรียนสัปดาห์ละ 3 วัน

6. การฝึกการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการอ่านหนังสือ และการค้นคว้าทางอินเทอร์เน็ต โดยครูเป็นผู้เตรียม และบอกให้ไปค้นคว้าที่ใด

7. การจัดกิจกรรมด้านพลานามัย

  • หลีกเลี่ยงกีฬาที่เป็น contact sport เช่น บาสเกตบอล แต่ให้เป็นวอลเลย์บอล
  • การเว้นระยะห่างในการออกกำลังกาย เช่น วิ่งต้องห่างกันอย่างน้อย 10 เมตร

8. การจัดกิจกรรมด้านดนตรี

  • การใช้เครื่องเป่า ต้องเป็นของส่วนตัว และทำความสะอาดทันที
  • การร้องเพลง ต้องมีอุปกรณ์ปิดกันน้ำลาย และทิ้งหรือทำความสะอาดทันที

การดูแลสถานที่

  1. จัดพื้นที่เรียนให้ไม่หนาแน่น ห้องเรียนไม่ควรมีเด็กเกิน 20 คน

2. การจัดพื้นที่ในห้องเรียน ให้มีระยะห่างระหว่างกัน

3. ต้องทำความสะอาดของเล่น และโต๊ะเรียน เช้า เย็น

4. การทำความสะอาดจาน ชาม ให้สะอาดทุกวัน

5. การทำความสะอาดสถานที่ หรือของเล่น

  • ให้ทำความสะอาดห้องเรียน ห้องน้ำ และพื้นที่ส่วนรวมด้วยน้ำที่ผสมผงซักฟอก หรือน้ำผสมไฮเตอร์ 1:100 ทำความสะอาดเช้า เย็น
  • การฆ่าเชื้อใช้หลอด UVC15W,254nm ระยะห่าง 25cm เปิดไว้ 15 นาที ก็จะสามารถฆ่าเชื้อได้หมด แต่ระวังแสบตา และผิวไหม้ จึงไม่ควรมีคนอยู่ในระหว่างเปิดทำความสะอาด

ข้อมูลจาก : นพ.ธิติวัฒน์ ประชาธำรงพิวัฒน์

(https://minsenconcept.com/การให้ความรู้ครูเกี่ยว/)

Cover designed by Freepik

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *