มาเสริมวิตามินดีกันเถอะ

คนเมืองที่ทำงานในสำนักงานมักจะมีภาวะขาดของวิตามินดีกันมาก รวมถึงพฤติกรรมที่ทาครีมกันแดดเลยทำให้ผิวไม่ได้รับการกระตุ้นจากแสงแดดในการสร้างวิตามินดี ด้วยความรู้เดิม ๆ ที่เรารู้เกี่ยวกับวิตามินดี คือ การป้องกันกระดูกกร่อน จากการที่วิตามินดีมีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส แต่ปัจจุบันงานวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพมากมายชี้ให้เห็นชัดว่า “วิตามินดี” มีประโยชน์มากกว่าที่เราทราบ เรามาทราบประโยชน์ของ “วิตามินดี” เพิ่มเติม

  • ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งช่วยรักษากระดูกให้แข็งแรง และช่วยในการเคลื่อนไหวของกระแสประสาท จึงเป็นสิ่งจำเป็นของกล้ามเนื้อและการสื่อระหว่างสมองกับร่างกาย ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันช่วยต่อสู้แบคทีเรียและไวรัส ระดับวิตามินดีที่ต่ำในเลือดยังสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าอีกด้วย
  • การป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ จากการที่ช่วยไม่ให้เนื้อเยื่อบริเวณหัวใจเกิดรอยแผลเป็น ป้องกันการอุดตันในระบบหลอดเลือดหัวใจ โดยมีการศึกษาในหนูทดลองว่าเนื้อเยื่อบริเวณหัวใจที่เป็นรอยแผลเป็นจะทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ยากลำบาก และทำให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวขึ้นในที่สุด การรับประทานวิตามินดีก็เป็นการช่วยป้องกันโรคหัวใจล้มเหลวได้ในราคาที่ไม่แพง
  • การป้องกันโรคมะเร็ง วิตามินดียังช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ได้ ผู้ที่มีวิตามินดีต่ำกว่ามาตรฐานจะมีความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้เพิ่มขึ้น 31% แต่ถ้ามีระดับวิตามินดีสูงจะมีความสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ลดลง 22% และในมะเร็งเต้านมยิ่งมีวิตามินดีมากยิ่งลดความเสี่ยงได้ วิตามินดียังสัมพันธ์กับโรคอ้วน นักวิจัยรายงานว่า ไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิตามินดีในระดับต่ำ แต่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทราบว่ากลไกและความสัมพันธ์นี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร
  • โรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ นักวิจัยพบว่าการขาดวิตามินดีนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ แต่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตในแสงแดดกับการป้องกันโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคพาร์กินสัน และโรคอัลไซเมอร์ แต่ขึ้นกับการผลิตวิตามินดีในร่างกาย

“วิตามินดี” เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน และมักถูกเก็บไว้ในชั้นเนื้อเยื่อไขมัน ร่างกายสามารถสร้างวิตามินดีได้ด้วยตนเองจากการสัมผัสแสงแดด อาหารที่มีวิตามินดีสูง ได้แก่ ไข่แดง ปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า หอยนางรม นม น้ำมันตับปลา ฯ นอกจากนี้ยังสามารถรับได้จากอาหารเสริม ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น

  • วิตามินดี 3 (Cholecalciferol) เป็นรูปแบบธรรมชาติของวิตามินดีที่ร่างกายสร้างจากแสงแดด มักทำมาจากไขมันจากขนลูกแกะ
  • วิตามินดี 2 (Ergocalciferol) ไม่ได้สร้างจากร่างกายคนตามธรรมชาติ แต่มาจากเชื้อราที่โดนฉายรังสีวิตามินดี ถ้ารับประทานมากเกินไปก็ก่อให้เกิดสภาวะของการเป็นพิษได้ ซึ่งมักจะรับประทานมากกว่า40,000 IU/วัน เป็นเวลาหลายเดือน หรือรับประทานในปริมาณมาก ๆ เพียงครั้งเดียว โดยก่อให้เกิดภาวะไตวาย หัวใจเต้นผิดปกติ และอาการโคมา การรับประทานอาหารเสริมวิตามินดี จะขึ้นอยู่กับอายุเพศ น้ำหนัก โดยประมาณ 600 IU สำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่า 70 ปี และ 800 IU สำหรับผู้ใหญ่อายุมากกว่า 70 ปี หรือ 400 IU สำหรับทารก และควรตากแดด 10-15 นาที 3 ครั้ง /สัปดาห์ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อผิวหนัง โดยไม่ต้องรับประทานวิตามินดีเสริม

คนที่มีความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินดี คือ ผู้สูงอายมุากกว่า 65 ปี ผู้ที่มีโรคอ้วน และในโรคบางอย่าง เช่น โรคปอดเรื้อรัง โรคตับ ผู้มีอาการลำไส้อักเสบ หรือผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหาร

ข้อมูลจาก : นพ.ธิติวัฒน์ ประชาธำรงพิวัฒน์

(https://minsenconcept.com/มาเสริมวิตามินดีกันเถอ/)

Cover designed by Freepik

Leave a Reply

Your email address will not be published.